สยามพิวรรธน์ พลิกโฉมค้าปลีกด้วย Digital Ecosystem พร้อมรุกสู่โลกเสมือนจริงด้วย Metaverse ในอนาคต

SMmagonline- สยามพิวรรธน์ เดินหน้าสร้างสิ่งใหม่ในวงการค้าปลีก ล่าสุดจับมือ Perx Technologies ร่วมพัฒนาประสบการณ์แปลกใหม่บนโลกดิจิทัล หวังขยายฐานลูกค้า สร้าง Digital Ecosystem ผ่านกลุ่มพันธมิตรร้านค้าและคู่ค้า (Global Partners) และดึงดูดลูกค้าด้วยบริการผ่านแพลตฟอร์มใหม่ๆ ที่เร้าใจกว่าเดิม โมเดลธุรกิจใหม่ค้าปลีกแห่งอนาคต หนึ่งในวิสัยทัศน์ของสยามพิวรรธน์ คือ การเป็นผู้นำในการบุกเบิกโมเดลธุรกิจใหม่ สร้าง “ระบบนิเวศดิจิทัล” (Digital Ecosystem) โดยการผนึกกำลังร่วมกับพันธมิตรชั้นนำระดับโลกในครั้งนี้ เพื่อเดินหน้าการบริหารความสัมพันธ์ลูกค้าแบบบูรณาการ (Loyalty Program) ให้สามารถขยายฐานให้เข้าถึงลูกค้าใหม่ที่มีความหลากหลาย เร่งการเติบโตแบบก้าวกระโดด และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้สูงขึ้น โดยลูกค้าของสยามพิวรรธน์จะได้รับประสบการณ์ รวมทั้งสิทธิประโยชน์ อาทิ บัตรกำนัลแทนเงินสด แคมเปญสิทธิประโยชน์ที่พลาดไม่ได้ เมื่อร่วมทำกิจกรรมบนแพลตฟอร์ม และสนุกไปกับฟีเจอร์ที่บูรณาการเกมเข้ากับการชอปปิ้ง ให้สัมผัสประสบการณ์แปลกใหม่ที่คุ้มค่า และเกินความคาดหมาย ผ่านโปรแกรมใหม่ล่าสุดนี้อย่างแท้จริง อักเซล วินเทอร์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายดิจิทัล บริษัท สยามพิวรรธน์ ปรากฏการณ์ความร่วมมือครั้งสำคัญ ระหว่าง สยามพิวรรธน์  กับ Perx ผู้ให้บริการ SaaS หรือบริการซอฟต์แวร์ที่ใช้ระบบ Cloud สำหรับองค์กร ที่เพิ่งเปิดตัว “Lifestyle Marketing Platform” (LMP) ครั้งแรกของโลก จะสร้างมิติใหม่ให้กับวงการค้าปลีก ดังนี้ สร้างการมีส่วนร่วมกับลูกค้า และเติมเต็มไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงไปได้อย่างรอบด้าน พาลูกค้าออกเดินทางครั้งใหม่อย่างคุ้มค่า เพื่อยกระดับประสบการณ์ผ่านทั้งช่องทางออฟไลน์ – ออนไลน์อย่างไร้รอยต่อ พร้อมตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว และสร้างความสะดวกสบายมากขึ้น สร้างความตื่นตาและดึงดูดใจด้วยการบูรณาการเกมขั้นสูงบนแพลตฟอร์ม และการจัดการ Loyalty Program ผ่านกลไกรีวอร์ดที่โดนใจ สร้างความสุขได้แบบตามสั่ง และได้มากกว่าที่เคย สร้างประสบการณ์การเลือกซื้อสินค้าที่ช่วยยกระดับการใช้ชีวิตให้ดีขึ้น…

Shell-Site-of-the-Future (4)

เชลล์เปิดตัวสถานีบริการน้ำมันต้นแบบแห่งแรกของโลก “Site of the Future” ในประเทศไทย

SMmagonline – บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด เปิดตัวสถานีบริการน้ำมันโมเดลใหม่แห่งแรกในประเทศไทยภายใต้คอนเซ็ปต์ “Site of the Future” บนถนนกาญจนาภิเษก สถานีบริการครบวงจรแห่งนี้มุ่งมั่นส่งมอบประสบการณ์ให้แก่ลูกค้า ส่งเสริมรูปแบบการเดินทาง และลดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนสุทธิผ่านนวัตกรรมชั้นนำระดับโลก ปนันท์ ประจวบเหมาะ ประธานกรรมการ บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า “กลยุทธ์ Powering Progress ของเชลล์สนับสนุนการมีส่วนร่วมกับทุกภาคส่วน มุ่งมั่นส่งมอบพลังงานที่สะอาดมากขึ้น ผ่านการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมชั้นนำระดับโลก ตอบโจทย์การเปลี่ยนผ่านพลังงาน สนับสนุนนโยบายภาครัฐในการจัดการด้านพลังงานอย่างยั่งยืนให้กับประเทศ เพื่อเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ โดยคำนึงถึงสังคมและสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ สถานีบริการแห่งนี้เป็นโมเดลใหม่แห่งแรกของประเทศ ผมยินดีเป็นอย่างยิ่งที่เชลล์ได้นำประสบการณ์ชั้นนำระดับโลกของเรามาให้ลูกค้าได้สัมผัสและใช้บริการ เป็นอีกหนึ่งความตั้งใจของเชลล์ที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอย่างเป็นรูปธรรมที่จะส่งมอบพลังงานสะอาดมากขึ้น เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนพลังงานที่ยั่งยืนของประเทศต่อไป” เรืองศักดิ์ ศรีธนวิบุญชัย กรรมการบริหาร ธุรกิจโมบิลิตี้ บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า “ผมมีความภูมิใจที่เชลล์ประเทศไทยได้รับเลือกให้เปิดตัวสถานีต้นแบบ Site of the Future เป็นประเทศแรกในกลุ่มรอยัลดัตช์เชลล์ ซึ่งถือเป็นการพลิกโฉมรูปแบบสถานีบริการน้ำมันครั้งใหญ่ เป็นความมุ่งมั่นที่สำคัญของเชลล์ในการส่งมอบประสบการณ์ให้แก่ลูกค้าผ่านสถานีบริการแห่งอนาคต ที่รวมความเป็นหนึ่งด้านนวัตกรรมพลังงานและการบริการรูปแบบต่างๆ โดยเชลล์เชื่อว่าการผสานความร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ชั้นนำ เสริมทัพด้วยบริการดิจิทัลและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน จะเป็นการตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยได้ครบทุกมิติของการดำเนินชีวิต ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของเชลล์ที่ต้องการช่วยขับเคลื่อนไทยด้วยพลังงานที่สะอาดขึ้นและนวัตกรรมเพื่อเติมสุขให้ทุกชีวิต” Site of the Future นำมาซึ่งความร่วมมือระหว่างเชลล์และพันธมิตรชั้นนำ เพื่อสร้างสถานีบริการครบวงจร จากซ้ายไปขวา: นายปนันท์ ประจวบเหมาะ (ประธานกรรมการ บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด) นายเรืองศักดิ์ ศรีธนวิบุญชัย (กรรมการบริหาร ธุรกิจโมบิลิตี้ บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด) มร. อเล็กซานเดอร์ บารากา (Alexander…

เนสกาแฟ ส่งรถโฆษณา4D สร้างสีสันรับเปิดประเทศ

SMmagonline-หลังเสิร์ฟกาแฟเน้นให้คนชงกินเองที่บ้านมานานในnescafe-ช่วงโควิด วันนี้ เนสกาแฟ เบลนด์ แอนด์ บรู เปิดตัว Moveable 4D Experience โฆษณาเคลื่อนที่สี่มิติ เดินหน้าชงกำลังใจให้คนไทยทั่วประเทศ นับเป็นกิจกรรมเพิ่มสีสันรับเปิดประเทศได้เลย Moveable 4D Experience เป็นโฆษณาเคลื่อนที่สี่มิติครั้งแรกในประเทศไทย มีพรีเซนเตอร์คู่รักซุปตาร์ ณเดชน์-ญาญ่า ควงคู่มาชงกำลังใจให้กับคนไทยทั่วประเทศในโรดโชว์โฆษณาเคลื่อนที่แบบ 4D ครั้งแรก ซึ่งจะเดินสายไปชงกำลังใจให้ทุกคนตั้งแต่วันนี้จนถึงตุลาคม 2565 ปีหน้า โดยตั้งเป้าเข้าถึงผู้บริโภคกว่า 2 ล้านคน เพื่อเปิดประสบการณ์พิเศษผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 ทางรูป รส กลิ่น เสียง และสัมผัสของกาแฟสดในซองกับเนสกาแฟ เบลนด์ แอนด์ บรู เสมือนกำลังดื่มด่ำกาแฟแก้วโปรดกับณเดชน์-ญาญ่า (ชมวิดีโอได้ที่ http://youtu.be/hw2sw-mFwG8) โจโจ้ เดลา ครูซ ผู้อำนวยการบริหารธุรกิจผลิตภัณฑ์กาแฟและครีมเทียม บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ทุกวันนี้ผู้คนส่วนใหญ่ มีพฤติกรรมในการเปิดรับสื่อที่หลากหลายในแต่ละวัน โดยส่วนใหญ่มักเป็นการสื่อสารแบบทางเดียว ประกอบกับช่วงนี้เป็นช่วงที่เราคนไทยเริ่มกลับมาผ่อนคลายชีวิตตามเดิม เนสกาแฟ ในฐานะผู้นำตลาดกาแฟในประเทศไทย จึงไม่หยุดยั้งในการนำเสนอนวัตกรรมเพื่อสร้างความสุขและเชื่อมความผูกพันให้กับคอกาแฟอย่างต่อเนื่อง “ในช่วงโค้งสุดท้ายของปีนี้ เราได้สร้างสรรค์โฆษณาในรูปแบบใหม่ เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงประสบการณ์การชงกำลังใจทุกวัน และสนุกเพลิดเพลินกับการมีปฏิสัมพันธ์แบบอินเทอร์แอคทีฟกับสื่อได้ เช่น การได้ชนแก้วกับพรีเซนเตอร์เสมือนจริงของเรา พร้อมเสิร์ฟประสบการณ์กลิ่นหอม ๆ และรสชาติอร่อยของเนสกาแฟ เบลนด์ แอนด์ บรู ซึ่งนับเป็นประสบการณ์โฆษณา 4D เคลื่อนที่ครั้งแรกในประเทศไทย โดยเราได้ทุ่มงบประมาณสำหรับแคมเปญโฆษณาครั้งนี้กว่า 60 ล้านบาท” ศรีประภา จิงประเสริฐสุข ผู้จัดการธุรกิจกาแฟสำเร็จรูปและครีมเทียม บริษัท เนสท์เล่…

สยามพิวรรธน์ พลิกโฉมค้าปลีกด้วย Digital Ecosystem พร้อมรุกสู่โลกเสมือนจริงด้วย Metaverse ในอนาคต

SMmagonline- สยามพิวรรธน์ เดินหน้าสร้างสิ่งใหม่ในวงการค้าปลีก ล่าสุดจับมือ Perx Technologies ร่วมพัฒนาประสบการณ์แปลกใหม่บนโลกดิจิทัล หวังขยายฐานลูกค้า สร้าง Digital Ecosystem ผ่านกลุ่มพันธมิตรร้านค้าและคู่ค้า (Global Partners) และดึงดูดลูกค้าด้วยบริการผ่านแพลตฟอร์มใหม่ๆ ที่เร้าใจกว่าเดิม โมเดลธุรกิจใหม่ค้าปลีกแห่งอนาคต หนึ่งในวิสัยทัศน์ของสยามพิวรรธน์ คือ การเป็นผู้นำในการบุกเบิกโมเดลธุรกิจใหม่ สร้าง “ระบบนิเวศดิจิทัล” (Digital Ecosystem) โดยการผนึกกำลังร่วมกับพันธมิตรชั้นนำระดับโลกในครั้งนี้ เพื่อเดินหน้าการบริหารความสัมพันธ์ลูกค้าแบบบูรณาการ (Loyalty Program) ให้สามารถขยายฐานให้เข้าถึงลูกค้าใหม่ที่มีความหลากหลาย เร่งการเติบโตแบบก้าวกระโดด และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้สูงขึ้น โดยลูกค้าของสยามพิวรรธน์จะได้รับประสบการณ์ รวมทั้งสิทธิประโยชน์ อาทิ บัตรกำนัลแทนเงินสด แคมเปญสิทธิประโยชน์ที่พลาดไม่ได้ เมื่อร่วมทำกิจกรรมบนแพลตฟอร์ม และสนุกไปกับฟีเจอร์ที่บูรณาการเกมเข้ากับการชอปปิ้ง ให้สัมผัสประสบการณ์แปลกใหม่ที่คุ้มค่า และเกินความคาดหมาย ผ่านโปรแกรมใหม่ล่าสุดนี้อย่างแท้จริง อักเซล วินเทอร์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายดิจิทัล บริษัท สยามพิวรรธน์ ปรากฏการณ์ความร่วมมือครั้งสำคัญ ระหว่าง สยามพิวรรธน์  กับ Perx ผู้ให้บริการ SaaS หรือบริการซอฟต์แวร์ที่ใช้ระบบ Cloud สำหรับองค์กร ที่เพิ่งเปิดตัว “Lifestyle Marketing Platform” (LMP) ครั้งแรกของโลก จะสร้างมิติใหม่ให้กับวงการค้าปลีก ดังนี้ สร้างการมีส่วนร่วมกับลูกค้า และเติมเต็มไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงไปได้อย่างรอบด้าน พาลูกค้าออกเดินทางครั้งใหม่อย่างคุ้มค่า เพื่อยกระดับประสบการณ์ผ่านทั้งช่องทางออฟไลน์ – ออนไลน์อย่างไร้รอยต่อ พร้อมตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว และสร้างความสะดวกสบายมากขึ้น สร้างความตื่นตาและดึงดูดใจด้วยการบูรณาการเกมขั้นสูงบนแพลตฟอร์ม และการจัดการ Loyalty Program ผ่านกลไกรีวอร์ดที่โดนใจ สร้างความสุขได้แบบตามสั่ง และได้มากกว่าที่เคย สร้างประสบการณ์การเลือกซื้อสินค้าที่ช่วยยกระดับการใช้ชีวิตให้ดีขึ้น…

behind-Facebook-rebrand-to-META-SMmagazine

บทเรียนความล้มเหลวของ 3 ยักษ์ใหญ่ในอดีต เบื้องหลังการรีแบรนด์ Facebook เป็น META

SMmagonline – ณ ตอนนี้ทุกคนเริ่มรับรู้แล้วว่า FACEBOOK ไม่จำกัดตัวเองเพียงแค่สื่อโซเชียลมีเดีย แต่กำลังมุ่งไปสู่ metaverse พร้อมเปลี่ยนโลโก้เป็นเครื่องหมายอินฟินิตี้สีน้ำเงิน เพื่อตอบโจทย์การพลิกโฉมภาพลักษณ์สู่ธุรกิจสร้างเทคโนโลยีเสมือนจริงผ่านเทคโนโลยี VR และ AR มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้ง FACEBOOK ระบุถึง คำว่า meta ว่า มาจากภาษากรีกที่แปลว่า “ไกลไปกว่า” (beyond) และบริษัทเองก็กำลังไปไกลกว่าข้อจำกัดของหน้าจอ หรือข้อจำกัดของระยะทาง เพื่อให้ผู้ใช้งานเชื่อมต่อถึงกันมากขึ้น โดย Meta จะกลายเป็นบริษัทแม่ของเหล่าแบรนด์ย่อยอย่าง Facebook, Instagram, WhatsApp และ Oculus รวมถึงบริการใหม่ๆ หลังจากนี้ ที่จะไม่ต้องการบัญชีผู้ใช้เฟสบุ๊คเพื่อใช้งานอีกต่อไป กลยุทธ์รีแบรนด์ของมาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ได้รับการออกแบบเพื่อให้บริษัทของเขาอยู่เหนือความท้าทายด้านชื่อเสียงในแง่ลบที่กำลังเผชิญอยู่ตอนนี้ ในเรื่องที่ถูกกล่าวหาว่ามีการใข้ข้อมูลของผู้ใช้งานเฟสบุ๊คกว่า 3 พันล้านราย และยังได้รับการออกแบบมาเพื่อเตรียมบริษัทก้าวไปสู่โลกดิจิทัลในอนาคตที่ไม่ได้จำกัดเฉพาะซอฟต์แวร์บนแอพเพียงอย่างเดียว เหนือปัญหาปัจจุบัน นอกเหนือจากวิสัยทัศน์แห่งอนาคตเรื่อง Metaverse แล้ว Meta อาจจะช่วยก้าวข้ามปัญหาที่มีอยู่ของ เฟสบุ๊ค กับบริษัทอื่นๆ ในเครือ เนื่องจาก แบรนด์ขององค์กรมีความสำคัญในหลายระดับ ตั้งแต่ความสัมพันธ์ระหว่างซัพพลายเออร์จนถึงการสร้างแบรนด์ให้กับนายจ้าง และทุกระดับเหล่านี้ต่างได้รับผลกระทบจากความผิดพลาดที่ร้ายแรงของเฟสบุ๊คในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ถึงแม้ว่าการ รีแบรนด์ ของ เฟสบุ๊ค ที่ลดระดับความสำคัญของธุรกิจต่อกลุ่มบริษัทลงให้น้อยกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน จะเป็นเพียงการปรับเปลี่ยนโครงสร้างองค์กร แต่อย่างน้อยก็สามารถช่วยเบี่ยงประเด็นที่มีคนพูดถึงได้ โดยมาร์ค ซักเกอร์เบิร์คอาจจะมีแผนที่จะแต่งตั้งใครสักคนให้บริหารเฟสบุ๊ก และ ตัวเขาเอาจริงเอาจังกับการปั้น Metaverse แทน รวมทั้งอาจจะเป็นครั้งแรกที่ มาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก จะมีตำแหน่งใหม่ นับตั้งแต่ก่อตั้งเฟสบุ๊ค ขึ้นมา นอกจากนี้ยังเป็นการช่วยลดแรงกดดันในแพลตฟอร์มอื่นๆ ลงด้วยเช่น IG…

คนไทยช้อปออนไลน์เก่ง จับตาปรากฏการณ์ 9.9

SMmagonline – ลาซาด้า เผยสถิติของนักช้อปไทยใน 2 ชั่วโมงแรก ตั้งแต่ เที่ยงคืน – ตีสอง กับแคมเปญ LazMall 9.9 Mega Brands Sale มีนักช้อปจำนวนเกือบ 7 ล้านราย ภายใน 12 ชั่วโมงแรก  สถิติที่น่าสนใจในช่วง 2 ชั่วโมงแรกในช่วง Crazy Brand Mega Offer ของแคมเปญ LazMall 9.9 ลดอลัง ปังทุกแบรนด์ แบรนด์ดังบน LazMall ที่มีออเดอร์สูงสุดใน 2 ชั่วโมงแรก 1) MamyPoko 2) L’Oreal Paris 3) Sabina 3 อันดับประเภทสินค้าที่ขายดีที่สุดใน 2 ชั่วโมงแรก 1) สกินแคร์ 2) แฟชั่นผู้หญิง 3) นมผงและอาหารสำหรับเด็ก สินค้าในกลุ่มบิวตี้และแฟชั่น ยังคงมาแรง มาส์กที่ขายภายใน 2 ชั่วโมงแรก มากกว่า 38,000 ชิ้น ชุดนอนที่ขายภายใน 2 ชั่วโมงแรก มากกว่า 12,000 ตัว สินค้าในกลุ่มสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 ยังได้รับความนิยมสูง หน้ากากอนามัยที่ขายภายใน 2 ชั่วโมงแรก มากกว่า 210,000 ชิ้น ปรอทวัดไข้ที่ขายภายใน 2 ชั่วโมงแรก…

PEOPLE

แสนสิริ เชื่อมั่นเกณฑ์ LTV ใหม่รองรับ Real Demand จริง ตลาดอสังหาฯ ฟื้นดีขึ้น

SMmagonline – แสนสิริมองว่าเกณฑ์ LTV ใหม่จะรองรับ Real Demand จริง ที่ไม่ได้เกิดจากการซื้อเพื่อเก็งกำไรในภาคอสังหาฯ เห็นได้จากความต้องการที่อยู่อาศัยที่เปลี่ยนไปของกลุ่มลูกค้า ที่ต้องการบ้านหลังแรกหรือบ้านหลังที่ 2 เพื่อเปลี่ยนหรือขยับขยายที่อยู่อาศัยใหม่ ทั้งนี้ อุทัย  อุทัยแสงสุข ประธานผู้บริหารสายงานปฏิบัติการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI เปิดเผยว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ปลายปี 2564 มีสัญญาณที่ดีขึ้น จากมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ของธนาคารแห่งประะทศไทย( ธปท.) ที่ออกมาช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและประเมินความเสี่ยง การเก็งกำไรในภาคอสังหาฯ ที่อยู่ในระดับต่ำ แสนสิริมองว่าการประกาศผ่อนคลายมาตรการ LTV สำหรับสินเชื่อที่อยู่อาศัยมาเป็น 100% ถึงสิ้นปี 2565 (จากเดิมที่เพดาน LTV สำหรับสินเชื่อที่อยู่อาศัยอยู่ที่ระดับ 70-90%) ถือเป็นข่าวดีของทั้งผู้ซื้อและผู้ประกอบการ นับเป็นการปลดล็อกของตลาดอสังหาริมทรัพย์ และเป็นปัจจัยบวกที่ทำให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์กลับมาคึกคักขึ้น เนื่องจากวงเงินของลูกค้าสามารถกู้ได้สูงขึ้น “แสนสิริมองว่าเกณฑ์ LTV ใหม่จะรองรับ Real Demand จริง ที่ไม่ได้เกิดจากการซื้อเพื่อเก็งกำไรในภาคอสังหาฯ เห็นได้จากความต้องการที่อยู่อาศัยที่เปลี่ยนไปของกลุ่มลูกค้า ที่ต้องการบ้านหลังแรกหรือบ้านหลังที่ 2 เพื่อเปลี่ยนหรือขยับขยายที่อยู่อาศัยใหม่ อาทิ กลุ่มลูกค้าที่มีบ้านอยู่แล้ว แต่อยากได้คอนโดมิเนียมในเมืองที่ใกล้ที่ทำงาน หรือใกล้โรงเรียนลูก, กลุ่มลูกค้า มีบ้านหลังแรกอยู่แล้ว แต่ต้องการขยายครอบครัวในบ้านเดี่ยวหลังใหญ่ขึ้น หรือ กลุ่มลูกค้ามีคอนโดอยู่แล้ว แต่อยากได้บ้าน – ทาวน์โฮมราคาไม่เกิน 10 ล้านบาท เพื่อเพิ่มพื้นที่อยู่อาศัยให้กว้างขึ้น ซึ่งทางแสนสิริ จึงได้รวบรวมโครงการที่อยู่อาศัยพร้อมอยู่จาก 12 โครงการ เป็นเจ้าของบ้านจากแสนสิริง่ายในทุกระดับราคา ตั้งแต่ 1.4 – 36…

LIFESTYLE
VVine

VVON SUGUNNASIL และ Italasia จับมือส่งความสุขด้วยโครงการ VVine

SMmagonline – วร – ทัตวร สุกัณศีล ดีไซน์เนอร์และผู้ก่อตั้งแบรนด์ VVON SUGUNNASIL (วีวอน สุกัณศีล) และ ฟา เบเนเดทตี้ ทายาทรุ่นที่ 3 และผู้บริหารบริษัท อิตาเลเซีย เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด จับมือรับช่วงเวลาแห่งความสุขภายใต้โปรเจ็ค VVine พนักงานโชว์รูมอิตาเลเซีย 19 สาขาทั่วไทย พร้อมใส่ชุดยูนิฟอร์มใหม่ออกแบบและตัดเย็บจากห้องเสื้อ VVON SUGUNNASIL (วีวอน สุกัณศีล)โดย วรได้ออกแบบตามแนวคิดให้ชุดมีความคล่องตัวและสวมใส่สบาย ผสมผสานกับดีไซน์ให้เข้ากับการแต่งกายแบบไม่จำกัดเพศหรือยูนิเซ็กซ์ (unisex) ลุคของผู้สวมใส่จะถูกนำเสนอผ่านไอเทม ประเภทเสื้อเชิ้ต โอเวอร์ไซส์ (oversized shirt) คุมโทนสีด้วยสีเทาควันบุหรี่ และสีแดงก่ำเบอร์กันดี้ซึ่งเป็นสี DNA ของแบรนด์อิตาเลเซีย ใส่คู่กับกางเกงผ้าวูลเนื้อดีสีน้ำเงินเข้มที่มีคัตติ้งกลิ่นอาย ของสปอร์ตแวร์ พร้อมด้วยดีเทลที่เป็นสัญลักษณ์แห่งความร่วมมืออันเกิดจากการนำคำพ้องของชื่อแบรนด์ VVON SUGUNNASIL (วีวอน สุกัณศีล) มาผสมผสานกับคำว่า “WINE” ซึ่งไวน์จัดว่าเป็นสินค้าที่อยู่ คู่กับอิตาเลเซียมายาวนานถึง 60 ปี รวมเป็น “VVine (วีไวน์)” ซึ่งจะปักไว้บนแขนเสื้อฝั่งซ้าย “ช่วงไตรมาส 4 ของปี 2564 นี้ อิตาเลเซียจะเปิดช้อปเพิ่มอีก 3 สาขา คือที่เซ็นทรัลพระราม9 เซ็นทรัลลาดพร้าว และที่โครงการบุรีรัมย์ คาสเซิล จ.บุรีรัมย์ ซึ่งจะเป็นสาขาแรกในภาคอีสานของ อิตาเลเซีย และจะเปิดเพิ่มต่อเนื่องทันทีต้นปีหน้าที่โคราช และขอนแก่น “สาขาใหม่ๆ ของอิตาเลเซีย จะมีการออกแบบให้ดูทันสมัยมากขึ้น…

ASEAN+
digitech-ASEAN-Thailand

DigiTech ASEAN Thailand 2021 ปั้นอีเว้นท์ออนไลน์แห่งอาเซียน หนุนธุรกิจเทคโนโลยีและดิจิทัล

SMmagonline – DigiTech ASEAN Thailand 2021 Online Event – งานแสดงสินค้าและสัมมนาออนไลน์ฟรีด้านเทคโนโลยีและดิจิทัลแห่งอาเซียนบนแพลตฟอร์มออนไลน์ พร้อมลุยจัดงานระหว่างวันที่ 24-26 พฤศจิกายน 2564 งาน DigiTech ASEAN Thailand 2021 Online Event จัดขึ้นภายใต้ธีม “Connecting You with the Global Tech and Digital Community” รวมผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยีและดิจิทัลกว่า 100 แบรนด์จากทั้งในไทยและต่างประเทศ อาทิ สิงคโปร์, ฮ่องกง, เกาหลีใต้, ญี่ปุ่น เป็นต้น เพื่อพบปะ, สร้างโอกาสทางธุรกิจและเรียนรู้จากสัมมนาออนไลน์โดยคาดการณ์ว่าจะมีผู้เข้าร่วมชมงานกว่า 3,500 ราย ด้วยการผลักดันการนำดิจิทัลมาใช้เป็นตัวขับเคลื่อนธุรกิจงาน อีเว้นท์ออนไลน์นี้พร้อมนำเสนอโซลูชั่นส์ล่าสุดเพื่อธุรกิจ ได้แก่ ซอฟต์แวร์เพื่อธุรกิจ, ปัญญาประดิษฐ์, ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์, อีคอมเมิร์ซและการตลาดดิจิทัล, ดาต้าและคลาวด์, สมาร์ทโซลูชั่นส์และไอโอที รวมไปถึงเทคโนโลยี 5G และเครือข่าย บริษัทผู้เข้าร่วมแสดงสินค้าในครั้งนี้ได้แก่ บริษัท ฮิตาชิ เอเซีย (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท นูทานิคซ์ (ประเทศไทย) จำกัด, The Center of Applied Data Science (CADs), บริษัท อาโทส ไอที โซลูชั่นส์ แอนด์ เซอร์วิสเซส จำกัด,…

CSR

ซัมซุง ใช้นวัตกรรม พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้พิการทางสายตา

SMmagonlin – สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย ได้มอบรางวัล TAB Digital Inclusive Awards 2021 ให้ ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ ในฐานะองค์กรที่เป็นผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ให้การสนับสนุนผลิตภัณฑ์และบริการแก่ผู้พิการทางสายตา ทั้งนี้ ซัมซุงเชื่อว่าหัวใจสำคัญสำหรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการเพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานที่ครอบคลุมและเท่าเทียม มาจากการรับฟังความคิดเห็นและทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้งกับความต้องการของผู้พิการทางการมองเห็น พร้อมที่จะพัฒนาต่อไปเพื่อส่งต่อนวัตกรรมที่ช่วยให้ผู้พิการทางมองเห็นสามารถใช้งานสมาร์ทดีไวซ์และเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ พร้อมอำนวยความสะดวกด้านการใช้งาน ตลอดจนยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในสังคมต่อไป สำหรับ รางวัล TAB Digital Inclusive Award 2021 โดยสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย เป็นรางวัลที่มอบให้แก่องค์กรและภาคธุรกิจที่มีผลงานในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้พิการทางการมองเห็น ซึ่งทางสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทยเล็งเห็นว่า ซัมซุงได้ออกแบบผลิตภัณฑ์และการบริการที่ครอบคลุมและใส่ใจในทุกรายละเอียดเพื่อที่จะมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่บุคคลทุกกลุ่ม รวมถึงกลุ่มผู้พิการทางสายตาที่ต้องการสมาร์ทดีไวซ์และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ช่วยให้พวกเขาสามารถเข้าถึงการใช้งานเทคโนโลยีที่หลากหลายและอำนวยความสะดวกสบายให้กับชีวิตมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น สมาร์ทโฟน สมาร์ททีวี หรือสมาร์ทดีไวซ์อื่นๆ มีฟีเจอร์ที่รองรับการใช้งานสำหรับกลุ่มผู้พิการทางสายตาอย่างครอบคลุม อีกทั้งในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ซัมซุงยังได้จัดให้มีการบริการพิเศษโดยทีมงานคอลเซ็นเตอร์ที่ได้รับการอบรมมาเพื่อให้บริการกับผู้พิการทางสายตาโดยเฉพาะ เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และช่วยดำเนินขั้นตอนการสั่งซื้อไปถึงบริการหลังการขาย รวมถึงการให้คำปรึกษาในโหมดตัวช่วยการเข้าถึง (Accessibility) ต่างๆ ที่จะช่วยทำให้ผู้พิการทางสายตาได้เข้าถึงการใช้งานอย่างสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น จองชุง ปาร์ค ผู้อำนวยการฝ่ายบริการลูกค้า บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด กล่าวว่า บริษัท ภูมิใจที่มีส่วนในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้พิการทางสายตาด้วยนวัตกรรมและการบริการที่ตั้งใจออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการของคนทุกกลุ่ม โดยเราได้ร่วมมือกับสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทยในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ความต้องการอันมีลักษณะเฉพาะของกลุ่มผู้พิการทางสายตา เพื่อนำมาพัฒนาการบริการ ตั้งแต่การให้ข้อมูลสินค้าและโปรโมชัน การช่วยอำนวยความสะดวกในการสั่งซื้อ ไปจนถึงการบริการหลังการขาย ด้วยความคำนึงถึงการสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้ากลุ่มนี้ นอกจากนี้ยังมีแผนที่จะพัฒนาต่อยอดความร่วมมือกับสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทยต่อไป เพื่อให้ทุกภาคส่วนในสังคมเข้าถึงโอกาสใหม่ๆ ในโลกยุคดิจิทัลอย่างเท่าเทียม ติดตามข่าวการตลาดและข่าวธุรกิจเพิ่มเติม คลิก Website SMmagonline Facebook SM Magazine Youtube SM Magazine